จ่ายเงินซื้อภาพวาดหรือไฟล์ต้นฉบับแล้ว เท่ากับซื้อลิขสิทธิ์มาด้วยจริงไหม?
หลายคนรับไฟล์เรียบร้อย มีใบเสร็จครบ แล้วเข้าใจว่านำภาพไปพิมพ์สินค้า แก้แบบ ทำโฆษณา หรือส่งต่อให้สาขาใช้ได้ทุกอย่าง
แต่สิ่งที่ซื้อมา กับสิทธิในลิขสิทธิ์ อาจเป็นคนละเรื่องกันครับ
วันนี้ ผมสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ
สิ่งที่คุณได้รับ อาจเป็นเพียง “ชิ้นงานหรือไฟล์”
คุณอาจได้ภาพวาดบนผ้าใบ ไฟล์ PSD หรือไฟล์ภาพความละเอียดสูง และมีสิทธิครอบครองสิ่งนั้นตามข้อตกลง แต่ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนทั้งหมด
ถ้าต้องการลิขสิทธิ์ ต้องดูข้อความในสัญญา
กฎหมายเปิดให้โอนลิขสิทธิ์ได้ทั้งหมดหรือบางส่วน แต่การโอนที่ไม่ใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน
ดังนั้นคำว่า “ซื้อไฟล์แล้ว” หรือ “ซื้อขาด” ในแชตเพียงอย่างเดียว อาจยังตอบไม่ครบว่าใครได้สิทธิอะไรบ้าง
ก่อนจ่ายเงิน ลองเช็ก 5 เรื่องนี้
1. ซื้อเฉพาะชิ้นงานหรือรับโอนลิขสิทธิ์ด้วย
2. ใช้ได้เฉพาะช่องทางใด เช่น เว็บไซต์ โฆษณา หรือบรรจุภัณฑ์
3. ทำซ้ำ ดัดแปลง ตัดต่อ หรือให้บุคคลอื่นใช้ต่อได้หรือไม่
4. ขอบเขตเวลาและพื้นที่เป็นอย่างไร
5. ผู้ขายเป็นเจ้าของสิทธิหรือมีอำนาจให้สิทธิจริงหรือไม่
แล้วถ้าเป็นงานที่เราจ้างให้ทำใหม่ล่ะ?
ต้องแยกจากการซื้อผลงานที่สร้างเสร็จอยู่ก่อน เพราะงานจากการรับจ้างมีกฎเรื่องเจ้าของลิขสิทธิ์และอาจตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้ สัญญาจึงควรบอกให้ชัดว่าใครเป็นเจ้าของ และอีกฝ่ายนำงานไปใช้อะไรได้บ้าง
จำง่าย ๆ ครับ: “ได้ไฟล์” ยังไม่เท่ากับ “ได้ทุกสิทธิ”
ก่อนนำภาพไปผลิตสินค้า ลงโฆษณา หรือขยายใช้หลายช่องทาง ควรตรวจเอกสารให้ชัด เพื่อไม่ให้ความเข้าใจของผู้ซื้อกับผู้สร้างงานสวนทางกันภายหลัง
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าสัญญาซื้อผลงานหรือข้อตกลงใช้ลิขสิทธิ์ระบุสิทธิไว้เพียงพอหรือไม่
ปรึกษา PATENTTHAI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและวางแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ครับ
Website: patentthai.com
LINE: @patentthai
Facebook: PATENTTHAI
Tel: 085-498-2997
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับสัญญา ที่มาของงาน และข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี
#PATENTTHAI #ทรัพย์สินทางปัญญา #ลิขสิทธิ์ #ซื้อภาพ #ซื้อไฟล์งาน #โอนลิขสิทธิ์ #สัญญาลิขสิทธิ์ #เจ้าของธุรกิจ